บทความ


จะขายอะไรในอินเทอร์เน็ตดี



ช่วงนี้เริ่มมีกระแสตื่นตัวเรื่อง E-Business ขึ้นมาอีกครั้ง หลังจากข่าวบริษัทดอทคอมในอเมริกาเริ่มนิ่ง เพราะการที่บริษัทฯของอเมริกาประสบปัญหาส่วนหนึ่งก็เนื่องจากการเก็งกำไรอนาคตของบริษัทฯ เหล่านี้ผิด เมื่อดำเนินธุรกิจไปแล้วผลประกอบการไม่เข้าเป้า ราคาหุ้นที่เคยขึ้นสูงจากการคาดคะเนก็จำเป็นจะต้องลดลงกลับมาสู่ฐานของความเป็นจริง ถ้ารู้กันแบบนี้แล้วก็ถือเป็นเรื่องปกติของธุรกิจ

กลับมาดูในประเทศไทย สาเหตุที่ผู้ประกอบการฯ ต้องเริ่มตื่นตัวเพราะพิษเศรษฐกิจ “บังคับ” เป็นประการสำคัญ

กำลังซื้อในประเทศชะลอตัวลง ทำให้ผู้ผลิต หรือโรงงานต้องเตรียมหาตลาดใหม่ๆ รองรับ

ผู้ที่ต้องออกจากงานหรือต้องการหารายได้เสริม กันเหนียวเผื่อต้องโดนปลดกลางอากาศ!

นักศึกษาที่ยังหางานทำไม่ได้ หรือผู้ที่ศึกษาอยู่แต่อยากหาประสบการณ์ค้าขาย เพื่อที่จะเป็นอาชีพในอนาคต

สิ่งเดียวที่พอจะมีคือ “ความคิด” หรือ ความรู้ความสามารถที่มาจากการเรียนก็ดี ประสบการณ์ก็ดี

ง่ายที่สุดคือผลิตสินค้าหรือหาของมาขาย เพราะเห็นเงินเร็วดี

ครั้นจะไปเช่าสถานที่ก็แพง เพราะคนหลายคนก็คิดแบบนี้เหมือนกัน แต่ทำเลดีๆ มีน้อย เลยกลัวว่าลงทุนไปแล้วจะได้ไม่คุ้มค่าเช่า เลยมองช่องทางว่า “อินเตอร์เน็ต” น่าจะเป็นตลาดที่กว้างและลงทุนน้อย และถ้าทำดีๆ สินค้าเข้าตาติดตลาดโลก ก็มีสิทธิเป็นเศรษฐีได้กับเขาเหมือนกัน แต่...ปัญหาคือจะขายอะไรบนอินเตอร์เน็ตดี..?

ทุกครั้งที่มีการสัมมนาเรื่อง E-Business จึงมักมีคำถามนี้ จนวิทยากรหลายคนต้องออกตัวว่า “ถ้ารู้…คงไปทำเองแล้ว”

ฟังแบบนี้ เล่นเอาคนเข้าฟังในงานเกือบสิ้นหวัง

แต่ว่าไปแล้วเรื่องขายอะไรบนเน็ตก็ยังมีเรื่องของตัวเลขการซื้อขายให้พอเป็นแนวทาง อยู่บ้าง เช่น เรื่องของการขายบริการ การท่องเที่ยว ทั้งจองโรงแรม จองโปรแกรมการท่องเที่ยว ที่ทำรายได้ในอันดับต้นๆ ของไทย ถัดมาก็จะเป็นพวก สมุนไพร ดอกไม้ หนังสือ หรือซอฟต์แวร์ต่างๆ ฯลฯ

ยอดการขายสินค้าหรือบริการเหล่านี้ล้วนอยู่ในท็อบไฟว์ของการซื้อขายสูงสุดบนอินเตอร์เน็ตทั้งสิ้น

ลองวิเคราะห์ดูทีละอย่างจะพบว่า การที่ท่องเที่ยวได้รับความนิยมในการซื้อผ่านเน็ต เพราะมีราคาที่ถูกกว่าการซื้อบนช่องทางปกติ ไม่ว่าจะเป็นค่าที่พัก หรือค่าเข้าชมสถานที่ต่าง ๆ นอกจากนั้นยังมีบริการเสริมพิเศษเพื่อจูงใจลูกค้าอีก

ส่วนสมุนไพร นั้นเป็นเพราะปัจจุบันมีความตื่นตัวเรื่องธรรมชาติบำบัดมากขึ้น ชาวตะวันตกที่ให้ความสนใจในการดูแลสุขภาพจึงใช้จ่ายเงินไปกับการซื้อสินค้าประเภทนี้มาก

ด้านดอกไม้นั้น ถือเป็นธรรมเนียมของฝรั่งไปแล้ว ไม่ว่าจะวันเกิด วันฉลองความสำเร็จ เขาให้กันจนเป็นเรื่องปกติ โดยเฉพาะวาเลนไทน์ ขายกันวันละเป็นแสน แล้ว ดอกไม้ขึ้นเว็บราคาจะแพงกว่าซื้อปากคลองฯอยู่แล้ว แต่เขาก็ไม่สนใจเพราะเวลาจ่ายเป็นเงินเหรียญ สนมราคาก็ไม่ต่างจากดอกไม้เมืองเขา แถมยังจัดส่งถึงที่ (ส่วนใหญ่ชาวต่างประเทศจะให้ส่งในเมืองไทย)

หนังสือนั้นก็เป็นสินค้าที่มีรูปลักษณ์เฉพาะ คนส่วนใหญ่รู้จักกันดีอยู่แล้ว ช่องทางการจำหน่ายหนังสือบนเน็ตจึงมักแข่งกันที่การลดราคา หรือบริการส่งฟรี ซึ่งก็ช่วยอำนวยความสะดวกให้กับผู้ซื้อไม่ต้องไปเดินหา หนำซ้ำบางเว็บยังให้เรื่องย่อหรือคำนิยมจากผู้อ่านท่านอื่น ประกอบการตัดสินใจของคนซื้อเพิ่มอีกด้วย

ในเรื่องซอฟต์แวร์ น่าจะเป็นความง่ายของการรับส่งสินค้า เพราะทันทีที่ชำระเงิน ลูกค้าก็ได้ ID CODE หรือ PASS WORD สามารถ DOWNLOAD รับสินค้าได้ทันที การซื้อขายช่องทางนี้จึงลดต้นทุนด้านการขนส่งสินค้า, บรรจุภัณฑ์ และค่าใช้จ่ายด้านอื่นได้มาก ราคาขายจึงมักจะถูกกว่า ลูกค้าเลยนิยม

เมื่อนำสินค้าหรือบริการที่ขายดีบนอินเตอร์เน็ตมาวิเคราะห์กันอย่างนี้แล้ว จึงน่าจะเห็นปัจจัยบางอย่างที่พอจะถือเป็นสูตรความสำเร็จได้ คือ

1.สินค้านั้นเป็นที่ต้องการของตลาด โดยเฉพาะกลุ่มคนที่ใช้อินเตอร์เน็ตเป็น เช่น การท่องเที่ยว เป็นเรื่องของความต้องการพักผ่อน, สมุนไพร-หนังสือ เป็นเรื่องของการเสริมสุขภาพและปัญญา

2.สินค้านั้นเป็นที่รู้จักอยู่บ้าง เช่น หนังสือ , ดอกไม้ ประเภทของสินค้าเหล่านี้ไม่มีอะไรซับซ้อนที่ลูกค้าต้องการสาธิตเพื่อตัดสินใจเพิ่มเติม เพราะฉะนั้นเมื่อดูภาพหรืออ่านข้อมูลเบื้องต้น แค่ชอบเขาก็ซื้อได้ทันที

3.สินค้าที่ไม่สามารถหาซื้อในช่องทางปกติได้ง่าย หรือสินค้าที่มีเอกลักษณ์เช่นสมุนไพร ในต่างประเทศแม้จะมีร้านขายยา แต่ก็น้อยร้านจริงๆ ที่จะมีสมุนไพรขาย

4. สินค้าต้องมีราคาถูกกว่าเมื่อเทียบกับการซื้อบนช่องทางปกติ เพราะเมื่อใช้เทคโนโลยีช่วยในการสร้างร้านค้าแล้ว เราสามารถลดต้นทุนเรื่องสต๊อกสินค้า, หน้าร้าน, ค่าพนักงาน ได้ เมื่อขายทางอินเตอร์เน็ตจึงควรมีราคาที่ถูกว่า เพราะต้องเข้าใจว่าคนซื้อก็กังวลเรื่องบริการหลังการขายเหมือนกัน เช่นหนังสือ หากส่งมาแล้วยับ จะคุ้มไหมกับการส่งกลับคืน การลดราคาจึงเป็นการลดความเสี่ยงของลูกค้าด้วย

ผู้ประกอบการจึงควรยึดแนวทางที่เคยมีผู้ประสบความสำเร็จแล้วเป็นที่ตั้งส่วนหนึ่ง แล้วก็กลับมาวิเคราะห์ที่ตัวท่านเองว่ามีความรู้ความเชี่ยวชาญในสินค้าหรือบริการนั้นๆ อยู่บ้าง หรือไม่?

เพราะหากไม่สันทัดแล้ว การถูกเขี่ยให้กระเด็นออกไปจากสนามแข่งขันบนกระดานเทคโนโลยีนี่ง่ายกว่าการเข้ามาเยอะเลย

แหล่งที่มา: - ผู้เขียน: สิทธิเดช ลีมัคเดช

เว็บไซต์สำเร็จรูป

แสดงความคิดเห็น

Related Articles